บางครั้งเราต้องการดึงเนื้อหาออกจาก pdf ทีละหน้า ไม่ว่าจะเพื่อนำไปใช้ในงานนำเสนอ โพสต์โซเชียลมีเดีย แก้ไขใน Photoshop หรือแชร์เฉพาะบางหน้าให้คนอื่น การแตก pdf เป็นรูปภาพจึงเป็นทักษะที่จำเป็นในการทำงานยุคนี้

ทำไมต้องแตก pdf เป็นรูปภาพ?

มีหลายสถานการณ์ที่การมีรูปภาพแต่ละหน้าสะดวกกว่า pdf ทั้งไฟล์

  • โพสต์ลงโซเชียล — Instagram, Facebook, LINE ไม่รองรับ pdf โดยตรง แต่รองรับรูปภาพ
  • แก้ไขเนื้อหา — นำหน้าที่ต้องการไปแก้ใน Photoshop, Canva หรือแอปอื่น
  • ฝังในเว็บไซต์ — รูปภาพโหลดเร็วและใส่ใน <img> ได้ทันที ต่างจาก pdf ที่ต้องใช้ viewer
  • สร้าง Thumbnail — ดึงหน้าปกหรือหน้าสำคัญมาใช้เป็นภาพตัวอย่าง
  • แชร์บางหน้าเท่านั้น — ไม่ต้องส่ง pdf ทั้งเล่มให้คนที่ต้องการแค่หน้าเดียว

ทำงานโดยไม่อัปโหลดไฟล์

pdf Plaster ใช้ pdf.js ซึ่งเป็น library ของ Mozilla ที่เรนเดอร์ pdf ได้โดยตรงในเบราว์เซอร์ผ่าน Canvas API ไฟล์ pdf ของคุณไม่ถูกส่งไปที่ใดทั้งสิ้น เหมาะสำหรับเอกสารลับ เช่น สัญญาธุรกิจ ใบรับรองแพทย์ สลิปเงินเดือน หรือเอกสารส่วนตัวที่ไม่ต้องการให้คนอื่นเห็น

รูปแบบไฟล์ที่รองรับ

JPG ขนาดเล็กที่สุด เหมาะสำหรับแชร์และส่งทางอีเมล รองรับทุกแอปและเว็บไซต์
png คุณภาพสูงสุด ไม่มี artifact รองรับพื้นหลังโปร่งใส เหมาะสำหรับงานพิมพ์และกราฟิก
webp ขนาดเล็กกว่า JPG 25–35% แต่คุณภาพดีกว่า เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการโหลดเร็ว

วิธีใช้งานทีละขั้นตอน

  • เปิด pdf Plaster แล้วเลือกเครื่องมือ pdf ↔ รูปภาพ
  • กดแท็บ pdf → รูปภาพ
  • ลากวางหรือกด เลือกไฟล์ pdf
  • รอให้ระบบโหลดและแสดง thumbnail ทุกหน้า
  • เลือกนามสกุลไฟล์: JPG, png หรือ webp
  • เลือกความละเอียด (DPI) ตามความต้องการ
  • ปรับคุณภาพภาพ 50–100% (ใช้กับ JPG และ webp)
  • ตั้งชื่อไฟล์ ระบบจะเพิ่มหมายเลขหน้าให้อัตโนมัติ
  • กด แปลงและดาวน์โหลดทั้งหมด (ZIP) — ได้ไฟล์ ZIP ที่มีรูปทุกหน้า

เลือกความละเอียด (DPI) อย่างไร?

DPI (Dots Per Inch) กำหนดว่าแต่ละนิ้วของกระดาษจะมีกี่จุด ยิ่งสูงยิ่งชัด แต่ไฟล์ก็ใหญ่ขึ้นตาม

  • 72 DPI — ขนาดเล็กมาก โหลดเร็ว เหมาะสำหรับดูบนจอ แชร์ออนไลน์ หรือใช้ใน preview
  • 150 DPI — สมดุลดีที่สุดสำหรับงานทั่วไป ชัดพอสำหรับอ่าน ขนาดไม่ใหญ่เกินไป
  • 220 DPI — คมชัดสูง เหมาะสำหรับนำเสนองาน พิมพ์ขนาด A4 หรือใช้ใน document
  • 300 DPI — มาตรฐานงานพิมพ์มืออาชีพ เหมาะสำหรับส่งโรงพิมพ์หรืองานที่ต้องการคุณภาพสูงสุด ไฟล์ใหญ่ขึ้นมาก

ควรเลือกรูปแบบไหนสำหรับการใช้งานของคุณ?

  • โพสต์โซเชียลมีเดีย → JPG 72–150 DPI ขนาดเล็ก โหลดเร็ว
  • เว็บไซต์หรือบล็อก → webp 150 DPI ขนาดเล็กสุด คุณภาพดี
  • แก้ไขใน Photoshop / Illustrator → png 220–300 DPI คุณภาพสูง ไม่มี artifact
  • พิมพ์กระดาษ → JPG หรือ png 300 DPI เพื่อความคมชัด
  • ส่งงาน / เอกสาร → JPG 150 DPI ขนาดพอดี ส่งทางอีเมลได้สะดวก
ลองแตก pdf เป็นรูปภาพฟรีเลย →

เคล็ดลับการใช้งาน

  • หาก pdf ที่ได้มีพื้นหลังดำหรือสีเพี้ยน ลองเปลี่ยนจาก JPG เป็น png เพราะ png ไม่มีการสูญเสียข้อมูล
  • สำหรับ pdf ที่มีข้อความหรือตาราง แนะนำ DPI 150 ขึ้นไปเพื่อให้อ่านข้อความได้ชัด
  • ถ้าไฟล์ ZIP ใหญ่เกินไป ให้ลด DPI ลงหรือเลือก JPG แทน png
  • ชื่อไฟล์ในซิปจะเป็น ชื่อที่ตั้ง_001, _002, ... ทำให้เรียงลำดับหน้าได้ง่าย

คำถามที่พบบ่อย

แตกได้กี่หน้าพร้อมกัน?
แตกได้ทุกหน้าของ pdf พร้อมกันในครั้งเดียว ไม่มีขีดจำกัด ระบบจะแพ็กทั้งหมดเป็น ZIP ให้ดาวน์โหลด

pdf ที่มีรหัสผ่านได้ไหม?
ยังไม่รองรับ pdf ที่ล็อกด้วยรหัสผ่าน กรุณาปลดล็อกก่อน เช่น ใช้ Adobe Reader เปิดแล้ว Save as ใหม่

รองรับ pdf กี่ MB?
ขึ้นอยู่กับ RAM ของเครื่อง โดยทั่วไปรองรับได้ถึงหลักสิบ MB แนะนำไม่เกิน 50 MB ต่อครั้งเพื่อประสิทธิภาพที่ดี

ใช้เวลานานไหม?
ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าและ DPI ที่เลือก โดยทั่วไปประมาณ 1–3 วินาทีต่อหน้าสำหรับ 150 DPI

ไฟล์ ZIP ที่ได้เปิดยังไง?
Windows 10/11 เปิด ZIP ได้โดยตรง macOS ดับเบิลคลิก ZIP ได้เลย iOS/Android ใช้แอปจัดการไฟล์

รูปภาพที่ได้จะมีคุณภาพดีแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ pdf ต้นฉบับด้วย หาก pdf สร้างจากโปรแกรม (ไม่ใช่ scan) รูปจะคมชัดมาก แต่ถ้า pdf เป็นภาพ scan คุณภาพจะเท่ากับต้นฉบับที่ scan มา